วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ธปท.พลิกวิกฤตโลกเป็นโอกาส เร่งแก้อุปสรรค...แบงก์เมินใช้ "ไบบอร์"


จัดทำโดย นาย สราวุธ จันตรี เลขทะเบียน 4901202106

"BIBOR" หรืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ เป็นความพยายามของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการสร้างอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงให้เกิดขึ้นในตลาดเงินของประเทศไทยเหมือนกับประเทศต่างๆ ที่มีอัตรา ดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดเงิน เช่น อังกฤษ มีอัตราดอกเบี้ย "ไลบอร์", สิงคโปร์ มีอัตราดอกเบี้ย "ไซบอร์" และมาเลเซีย มีอัตราดอกเบี้ย"ไคบอร์"


โดย นางผ่องเพ็ญ เรืองวีระยุทธ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตลาดการเงินและบริหารทุนสำรอง สายนโยบายการเงิน ธปท. ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แนวคิดดังกล่าวทำให้ ธปท.ตั้งใจจะทำให้ไบบอร์เกิดขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2548 ด้วยการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ไทยและต่างประเทศที่มีความสามารถจะเสนออัตราดอกเบี้ยในตลาดกู้ยืมระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ในระยะเวลาต่างๆ หรือทำหน้าที่เป็น "contributor" จำนวน 16 ราย


ขณะเดียวกัน ธปท.ได้พยายามสนับสนุนส่งเสริมให้ใช้ไบบอร์โดยออกพันธบัตร ธปท.อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่อิงกับไบบอร์ เพื่อที่จะบอกว่า ธปท.ยินดีจ่ายดอกเบี้ยตามไบบอร์ ฉะนั้นหากธนาคารจะปล่อยกู้กับลูกค้าธุรกิจก็สามารถใช้ดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานได้ เพราะไบบอร์คือดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่สถาบันการเงินจะให้กู้ ถ้าเป็นลูกค้าชั้นรองลงมาก็บวกส่วนต่างเข้าไป โดยมีดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานอ้างอิง


แต่ดูเหมือนความพยายามของ ธปท.ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งนางผ่องเพ็ญยอมรับว่า ธนาคารพาณิชย์ไม่นิยมใช้ไบบอร์เป็นฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมกับลูกค้า เพราะไม่มีธุรกรรมหรือธุรกรรม มีไม่มาก ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าอัตราที่เสนอกันนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่เสนออัตราดอกเบี้ยเข้ามาหลายรายรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ใช่อัตรา ดอกเบี้ยที่สามารถทำธุรกรรมได้จริง


นางผ่องเพ็ญบอกว่า การที่ไม่สามารถทำธุรกรรมตามอัตราดอกเบี้ยที่เสนอเข้ามาได้จริง เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่นิยมใช้ไบบอร์เป็นดอกเบี้ยอ้างอิง จนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากวิกฤตธนาคารพาณิชย์ที่ใช้ Thai baht fixed ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมเงินบาทในตลาดสวอปเกิดบิดเบือนไม่สะท้อนกลไกตลาด ทำให้ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมกับลูกค้าโดยอิง Thai baht fixed ต้องประสบภาวะขาดทุนจำนวนมาก จึงออกมาส่งเสียงบอก ธปท.ให้สนับสนุนการใช้ไบบอร์มากขึ้น


"สิ่งที่ ธปท.บอก คือ เราบอกเขามาตั้งนานแล้ว แต่เขาไม่ทำเอง มาถึงตอนนี้ไม่รู้ต้องบอก ธปท. หรือบอกตัวเองด้วย" นางผ่องเพ็ญระบุ


ทั้งนี้ นางผ่องเพ็ญได้ชี้ให้เห็นถึงข้อด้อยของการใช้ดอกเบี้ย Thai baht fixed 2 ประการ คือ 1.ดอกเบี้ย Thai baht fixed จะไปอิงกับอัตราดอกเบี้ยดอลลาร์ ฉะนั้นการกู้ยืมเงินบาทในไทยกลายเป็นว่าต้องขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยดอลลาร์ในสิงคโปร์


ในภาวะอัตราดอกเบี้ยดอลลาร์ในสิงคโปร์ไม่ปกติ เลยทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินบาทที่มีดอลลาร์เป็นหลักประกันไม่ปกติไปด้วย ทั้งๆ ที่การกู้ยืมนั้นเป็นการกู้ยืมปกติ และผู้กู้กับผู้ปล่อยกู้ไม่มีปัญหาเรื่องเครดิต แต่อัตราที่ใช้กู้ยืมเบี่ยงเบนไปตามอัตรา ดอกเบี้ยดอลลาร์


2.มีความสัมพันธ์ระดับหนึ่งระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนกับ Thai baht fixed เพราะการกู้ยืมใช้ได้ทั้งกู้ยืมเงินบาท เอาเงินดอลลาร์เป็นประกัน และกู้ยืมเงินดอลลาร์เอาเงินบาทเป็นประกัน


ดังนั้น บางช่วงที่คนคิดว่าเงินบาทจะ อ่อนค่าและดอลลาร์แข็งค่า เขาจะอยากซื้อเงินดอลลาร์และขายเงินบาท แต่ถ้าไม่มี เงินบาทก็อาจไปยืมดอลลาร์ใครมาเป็น หลักประกันแล้วขายบาทเพื่อถือเงินดอลลาร์ ทางตรงกันข้ามถ้าคาดเงินดอลลาร์จะอ่อน และเงินบาทจะแข็ง ก็ทำในทางตรงกันข้าม


"จะเห็นว่าวัตถุประสงค์การกู้ยืมใน Thai baht fixed มีทั้งการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมเงินบาทจริงๆ และการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้น Thai baht fixed จึงถูกชักนำโดยอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยดอลลาร์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทยและอยู่นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินบาทเพื่อกิจกรรมเงินบาท เรื่องนี้เห็นไม่ชัดนักในอดีตที่ผ่านมาจนเกิดวิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก ทำให้เห็นข้อด้อยนี้ชัดขึ้น"


เหตุการณ์วิกฤตการเงินโลกครั้งนี้ทำให้ ธปท.มองว่า นี่คือการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยนางผ่องเพ็ญบอกว่า ธปท.จะใช้โอกาสนี้ผลักดันให้ดอกเบี้ยไบบอร์น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ ธปท.ต้องดูต่อ คือ อาจต้องเข้าไปดูคุณสมบัติที่ ธปท.เลือกธนาคารพาณิชย์ทั้ง 16 รายว่าเหมาะสมหรือไม่ และต้องไปดูธุรกรรมไบบอร์ของแต่ละแห่งเพื่อดูความเชื่อมโยงกับอัตราที่ธนาคารพาณิชย์จ่าย รวมถึงดูปริมาณหรือธุรกรรมที่โยงกับปริมาณด้วย


สุดท้ายแผนของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการผลักดันให้มีการใช้ดอกเบี้ยไบบอร์เพิ่มขึ้นจะสำเร็จได้หรือไม่ จะปล่อยให้ ธปท.ตบมือข้างเดียวไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับ "ธนาคารพาณิชย์" ด้วยถึงจะสำเร็จ




คำถามท้ายเรื่อง....


1. สาเหตุใดที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่นิยมใช้ไบบอร์เป็นดอกเบี้ยอ้างอิง


2. ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่า "นี่คือการพลิกวิกฤตโลกเป็นโอกาส" นั้นเกิดมาจากเหตุการณ์วิกฤตการเงินโลกเหตุการณ์ใด จงอธิบาย


3. ท่านคิดว่าควรสนับสนุนให้ใช้ไบบอร์เป็นฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมกับลูกค้าหรือไม่ เพราะเหตุใด

4 ความคิดเห็น:

Utccba205g1 กล่าวว่า...

1. เพราะไม่มีธุรกรรมหรือธุรกรรม มีไม่มาก ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าอัตราที่เสนอกันนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่เสนออัตราดอกเบี้ยเข้ามาหลายรายรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ใช่อัตรา ดอกเบี้ยที่สามารถทำธุรกรรมได้จริง

2.วิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก เพราะว่าการกู้ยืมใน Thai baht fixed มีทั้งการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมเงินบาทจริงๆ และการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้น Thai baht fixed จึงถูกชักนำโดยอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยดอลลาร์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทยและอยู่นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินบาทเพื่อกิจกรรมเงินบาท เรื่องนี้เห็นไม่ชัดนักในอดีตที่ผ่านมาจนเกิดวิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก ทำให้เห็นข้อด้อยนี้ชัดขึ้น

3.ควรจะสนับสนุน เพราะ หากธนาคารจะปล่อยกู้กับลูกค้าธุรกิจก็สามารถใช้ดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานได้ เพราะไบบอร์คือดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่สถาบันการเงินจะให้กู้ ถ้าเป็นลูกค้าชั้นรองลงมาก็บวกส่วนต่างเข้าไป โดยมีดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานอ้างอิง


น.ส.เบญญทิพย์ เอี่ยมเติม
4901202119

utccba205g5 กล่าวว่า...

1.เพราะไม่มีธุรกรรมหรือธุรกรรม มีไม่มาก ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าอัตราที่เสนอกันนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่เสนออัตราดอกเบี้ยเข้ามาหลายรายรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ใช่อัตรา ดอกเบี้ยที่สามารถทำธุรกรรมได้จริง

2.วิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก เพราะการกู้ยืมใน Thai baht fixed มีทั้งการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมเงินบาทจริงๆ และการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้น Thai baht fixed จึงถูกชักนำโดยอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยดอลลาร์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทยและอยู่นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินบาทเพื่อกิจกรรมเงินบาท

3.ควรสนับสนุนเพราะหากธนาคารจะปล่อยกู้กับลูกค้าได้ธุรกิจก็สามารถใช้ดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานได้ เพราะไบบอร์คือดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่สถาบันการเงินจะให้กู้ ถ้าเป็นลูกค้าชั้นรองลงมาก็บวกส่วนต่างเข้าไป โดยมีดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานอ้างอิง

นาย อนันต์ นันทะจุราโภ เลขทะเบียน 4901202020

ミ♡ tAhtOp ™ กล่าวว่า...

ตอบโดย นางสาว ณัฐวรรณ พุ่มเจริญ
เลขทะเบียน 4901202081

1. เพราะไม่มีธุรกรรมหรือธุรกรรม มีไม่มาก ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าอัตราที่เสนอกันนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่เสนออัตราดอกเบี้ยเข้ามาหลายรายรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ใช่อัตรา ดอกเบี้ยที่สามารถทำธุรกรรมได้จริง

2. วิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก เพราะว่าการกู้ยืมใน Thai baht fixed มีทั้งการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมเงินบาทจริงๆ และการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้น Thai baht fixed จึงถูกชักนำโดยอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยดอลลาร์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทยและอยู่นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินบาทเพื่อกิจกรรมเงินบาท

3. ควรสนับสนุนเพราะหากธนาคารจะปล่อยกู้กับลูกค้าได้ธุรกิจก็สามารถใช้ดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานได้ เพราะไบบอร์คือดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่สถาบันการเงินจะให้กู้ ถ้าเป็นลูกค้าชั้นรองลงมาก็บวกส่วนต่างเข้าไป โดยมีดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานอ้างอิง

utccbx007g6 กล่าวว่า...

1. เพราะไม่มีธุรกรรมหรือธุรกรรม มีไม่มาก ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าอัตราที่เสนอกันนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่เสนออัตราดอกเบี้ยเข้ามาหลายรายรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ใช่อัตรา ดอกเบี้ยที่สามารถทำธุรกรรมได้จริง

2.วิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก เพราะว่าการกู้ยืมใน Thai baht fixed มีทั้งการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมเงินบาทจริงๆ และการกู้ยืมเพื่อกิจกรรมอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้น Thai baht fixed จึงถูกชักนำโดยอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยดอลลาร์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทยและอยู่นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินบาทเพื่อกิจกรรมเงินบาท เรื่องนี้เห็นไม่ชัดนักในอดีตที่ผ่านมาจนเกิดวิกฤตที่ทำให้ดอลลาร์หายากทั่วโลก ทำให้เห็นข้อด้อยนี้ชัดขึ้น

3.ควรจะสนับสนุน เพราะ หากธนาคารจะปล่อยกู้กับลูกค้าธุรกิจก็สามารถใช้ดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานได้ เพราะไบบอร์คือดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่สถาบันการเงินจะให้กู้ ถ้าเป็นลูกค้าชั้นรองลงมาก็บวกส่วนต่างเข้าไป โดยมีดอกเบี้ยไบบอร์เป็นฐานอ้างอิง
น.ส.กุลธิดา อินทร์แดง 47210033 g6