จัดทำโดย น.ส. ภรภัทร ครุฑพงษ์ เลขทะเบียน 4901202144
นายแบงก์ส่งสัญญาณสินเชื่ออ่อนตัว แข่งระดมเงินฝากน้อยลง ระบุสภาพคล่อง มีเพียงพอ แต่ที่ยังเห็นออกแคมเปญเงินฝากแค่เตรียมการรับสถานการณ์ไม่แน่นอน นักวิเคราะห์ชี้คนฝากเงินต้องการแค่ความปลอดภัย เปิดช่องแบงก์ไม่ออกโปรดักต์กดดันต้นทุน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าในช่วงนี้ธนาคารไม่จำเป็นต้องระดมเงินฝากเข้ามามากเนื่องจากสภาพคล่องอยู่ระดับเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงการขยายตัวของสินเชื่อ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้มีธนาคารพาณิชย์บางแห่งออกผลิตภัณฑ์เงินฝากให้ดอกเบี้ยพิเศษ คาดว่าจะเป็นการเตรียมการไว้ก่อนจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
"เมื่อไม่มีความแน่นอนแต่ละคนก็ต้องหาเงินไปเก็บไว้ในบ่อของตัวเองก่อน" นายประสารกล่าว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันระดมเงินฝากในปีนี้ไม่น่ารุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากในระบบมีสภาพคล่องเพียงพอ ดูได้จากสัดส่วน สินเชื่อต่อเงินฝาก (L/D ratio) ที่ ลดลงมาเหลือ 90% แต่ที่ยังเห็นการออกแคมเปญ เงินฝากในช่วงนี้เพราะธนาคารยังต้องให้บริการลูกค้าให้ครบ ทั้งสินเชื่อและเงินฝาก แต่การเสนอผลตอบแทนทั้งรูปเงินฝากและผลิตภัณฑ์อื่นยังอยู่ในระดับปกติ
นายธนัท รังษีธนานนท์ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีอยุธยา ระบุว่า การที่สินเชื่อขยายตัวน้อยลง การระดมเงินฝากเข้ามามากจะกดดันส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ดังนั้นช่วงนี้ธนาคารแต่ละแห่งคงต้องอ่านใจว่าลูกค้าต้องการผลตอบ แทนหรือต้องการความเชื่อมั่น ซึ่งถ้าเพียงต้องการความปลอดภัยก็คงไม่เห็นธนาคารมีแคมเปญเงินฝากออกมาแข่งขันกันมาก
ส่วนล่าสุดที่เห็นธนาคารกรุงไทยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ อายุ 10 ปี จ่ายผลตอบแทนปีที่ 1-5 ดอกเบี้ย 5% ต่อปี และปีที่ 6-10 อัตรา 6.50% ต่อปี คาดว่าเป็นการออกเพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะทยอยหมดอายุในปีนี้ และเพื่อเติมเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังอยู่ระดับต่ำ ประมาณ 12-13% เทียบกับทั้งระบบ 14-15% โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร กรุงไทย กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ และเป็นการจัดหาทุนในระยะยาว เพื่อรองรับการขยายสินเชื่อในอนาคตและเพิ่มความแข็งแกร่งให้เงินกองทุน
นางสาวศศิกร เจริญสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิของกรุงไทยมาจากความต้องการเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 (tier 2) ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 3.3% จากที่ควรจะมีคือ 4.25% หรือครึ่งหนึ่งของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 8.5% และช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากทำให้ธนาคารได้ต้นทุนที่ถูกกว่าธนาคารแห่งอื่นที่ส่วนใหญ่ออกหุ้นกู้และหุ้นกู้ด้อยสิทธิจำนวนมากในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามธนาคารหลายแห่งได้ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิจำนวนมากในปีที่แล้ว ทำให้การระดมทุนผ่านหุ้นกู้ในกลุ่มสถาบันการเงินจะน้อยลงเช่นเดียวกับการดึงเงินฝาก เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาปีที่แล้วออกหุ้นกู้จำนวนมาก เพื่อเข้าซื้อกิจการของบริษัท จีอี แคปปิตอล ออโต้ลีส ปีนี้คงชะลอการออกหุ้นกู้เพราะสภาพคล่องที่ระดมมาจากในช่วงไตรมาส 4/51 เหลือค่อนข้างมาก
ขณะที่ นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารไม่มีความจำเป็นต้องออกหุ้นกู้เพื่อการเข้าซื้อหุ้นธนาคารเอไอจีเพื่อรายย่อย และบริษัท เอไอจี การ์ด มูลค่า 2,055 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการก็เป็นหนึ่งในแผนที่ธนาคารจะดำเนินการอย่าง ต่อเนื่อง ธนาคารจะออกหุ้นกู้เพิ่มเติมหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับขนาดของสินทรัพย์ที่จะเข้าซื้อ
ที่มา http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02fin01120252&day=2009-02-12§ionid=0206
คำถาม...
1.ธนาคารไม่จำเป็นต้องระดมเงินฝากเข้ามามากเนื่องจาก สาเหตุใด
2.ธนาคารกรุงไทยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เพื่ออะไร
3. แนวโน้มการแข่งขันระดมเงินฝากในปีนี้ไม่น่ารุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากอะไร
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น